Deprecated: Function session_register() is deprecated in /var/www/minisite/site10/inc-session.php on line 4 Call Stack: 0.0000 633848 1. {main}() /var/www/minisite/site10/index.php:0 0.0000 634288 2. include('/var/www/minisite/site10/inc-session.php') /var/www/minisite/site10/index.php:2 Deprecated: Function session_register() is deprecated in /var/www/minisite/site10/inc-session.php on line 8 Call Stack: 0.0000 633848 1. {main}() /var/www/minisite/site10/index.php:0 0.0000 634288 2. include('/var/www/minisite/site10/inc-session.php') /var/www/minisite/site10/index.php:2 Deprecated: Function session_register() is deprecated in /var/www/minisite/site10/inc-session.php on line 12 Call Stack: 0.0000 633848 1. {main}() /var/www/minisite/site10/index.php:0 0.0000 634288 2. include('/var/www/minisite/site10/inc-session.php') /var/www/minisite/site10/index.php:2 Minisite สนง.ปภ.สุราษฎร์ธานี สาขาท่าชนะ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
สนง.ปภ.สุราษฎร์ธานี สาขาท่าชนะ
Warning: MemcachePool::set(): The lowest two bytes of the flags array is reserved for pecl/memcache internal use in /var/www/minisite/site10/inc-head.php on line 59 Call Stack: 0.0000 633848 1. {main}() /var/www/minisite/site10/index.php:0 0.0050 678656 2. include('/var/www/minisite/site10/inc-head.php') /var/www/minisite/site10/index.php:40 0.0101 694168 3. MemcachePool->set() /var/www/minisite/site10/inc-head.php:59
Warning: MemcachePool::set(): The lowest two bytes of the flags array is reserved for pecl/memcache internal use in /var/www/minisite/site10/inc-innermenu.php on line 14 Call Stack: 0.0000 633848 1. {main}() /var/www/minisite/site10/index.php:0 0.0379 683072 2. include('/var/www/minisite/site10/inc-innermenu.php') /var/www/minisite/site10/index.php:46 0.0406 697080 3. MemcachePool->set() /var/www/minisite/site10/inc-innermenu.php:14 ประกาศภัยพิบัติ ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง แผนผังเว็บไซต์ ปฏิทิน
ข่าวประชาสัมพันธ์
สำนักงาน ปภ.สาขาท่าชนะขอรายอุบัติเหตุทางถนน วันที่ 21 ธ.ค. 2559 เวลา 05.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ทะเบียน33-2468 กทม ไม่ประจำทางบริษัทเอกชน พลิกค่ำ บริเวณ บ้านศรีพนม ม.10 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี บนถนนสายเอเชียสาย 41 ขาล่องใต้ หลัก กม.ที่117+826 รับนักท่องเที่ยวเดินทางจาก กทม.ไปส่งที่จังหวัดกระบี่ ขณะเกิดเหตุฝนตกถนนเปียก ที่เกิดเหตุ มีคนขับและผู้โดยสาร รวม 19 คน คนขับรถ1รายและเด็กรถ 1 ราย(สัญชาติไทย) ผู้โดยสารเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด 17 ราย มีผู้บาดเจ็บ 15 รายซึงเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด แยกเป็นชาย 4 ราย หญิง 11 รายไม่มีผู้เสียชีวิต โดยได้มีการReferส่งตัวผู้บาดเจ็บจำนวน 4 ราย ส่งต่อรพ.สุราษฎร์ธานี การให้ความช่วยเหลือ อำเภอท่าชนะ ตำรวจสภ.ท่าชนะ มูลนิธิกุศลศรัทธาไชยา มูลนิธิกุศลศรัทธาเกาะมุขด์ รพ.ท่าชนะ อปพร.ประสงค์ สนง.ปภ.สาขา.ท่าชนะ สนับสนุนเครื่องตัดถ่างและไฟส่องสว่างเข้าช่วยเหลือซึ่งมีผู้ติดอยู่ภายในตัวรถจำนวน 1 ราย ออกและนำตัวผู้บาดเจ็บส่งรพ.ท่าชนะ
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 เวลา17.30น. ได้เกิดอุบัติเหตุรถพ่วง18ล้อหมายเลขทะเบียน 70-2484ชุมพร บรรทุกปาล์มเสียหลักหลุดโค้งทำให้ตกคูข้างทาง เป็นเหตุให้มีผู้ติดอยู่ในรถ 1 ราย ชื่อนายพีรพล หนูแป้น อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นคนขับ สถานที่เกิดเหตุ เป็นถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4259 กม.ที่ 12+000 หมู่ที่ 5 บ้านกลาง ตำบลคลองพา อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะเกิดเหตุสภาพผิวการจราจรถนนแห้ง การให้ความช่วยเหลืออำเภอท่าชนะ สนง.ปภ.สาขาท่าชนะสนับสนุนเครื่องมือตัด-ถ่างและไฟส่องสว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ท่าชนะ รพ.ท่าชนะ กู้ภัยสภ.ท่าชนะ กู้ภัยร่วมใจสยามปู่อินทร์ สมาชิกอปพร.คลองพาเข้าช่วยเหลือนำตัวผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถนำส่งต่อให้รถกู้ชีพกู้ภัยรพ.ท่าชนะเมื่อเวลา20.30 น. สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ อยู่ระหว่างสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ท่าชนะ
วันที่ 2 มิ.ย. 59 หัวหน้าสำนักงาน ปภ.สฎ.สาขาท่าชนะ ได้แจ้งนโยบายของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อทราบ และมอบหมายนโยบายสำนักและภารกิจเพื่อให้เจ้าหน้าถือปฏิบัติ
วันที่ 13 พ.ค. 2559 เวลา 05.50 น. ปภ.ท่าชนะ ได้รับการประสานขอสนับสนุนเครื่องมือตัดถ่างออกสนับสนุนเหตุ รถกระบะกู้ชีพเมืองกันทร์ ทะเบียน บต 2660 ศรีสะเกษ ชนท้ายรถบัสรับส่งนักเรียนของโรงเรียนเพชรผดุงเวียงไชยา อ.ไชยา ซึ่งกำลังออกไปรับเด็กนักเรียนในรถยังไม่มีเด็ก นักเรียน ทะเบียน 40-0109 สุราษฎร์ธานีบริเวณถนนเอเชียสาย 41 ขาขึ้นกทม ม.3 ต.คลองพา อ.ท่าชนะ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย โดยเป็นผู้โดยสารภายในรถกระบะ ซึ่งมาด้วยกันทั้งหมด 3 รายรายชื่อผู้บาดเจ็บ ดังนี้ 1.นายวสันต์ วงศ์กาญจนฉัตร อายุ 39 ปี 132 ม.10 ต.น้ำอ้อม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ (ติดภายในรถ) 2.นายธีรวัตร เรือนทองดี อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 50 ม.14 ต.น้ำอ้อม จ.ศรีสะเกษ การให้ความช่วยเหลือ กู้ชีพ กู้ภัย สภ.ท่าชนะ มูลนิธิกุศลศรัทธาเกาะมุกด์ อปพร.คลองพา อปพร.สมอทอง เจ้าหน้าที่ รพ.ท่าชนะ เจ้าหน้าที่ปภ.ท่าชนะ ช่วยเหลือโดยใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยเหลือ นำตัวผู้บาดเจ็บและติดภายในตัวรถ ออกนำส่งต่อรถกู้ชีพ กู้ภัย รพ.ท่าชนะ ในเวลา 06.40 เป็นที่เรียบร้อย
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 เวลา 10.00 น. ผู้ว่าราชการจ้งหวัดสุราษฎร์ธานีไดัมอบหมายให้นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี เป็นประธานปิดการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย:อีคคีภัยอาคารขนาดใหญ่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าสุราษฎร์านี เพื่อทดสอบความพร้อมของทรัพยากร อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ ทักษะการปฎิบัติงานการวางแผน การติดต่อสื่อสาร การส้งการ การเผชิญเหตุ การค้นหา/กู้ภัยการช่วยเหลือ และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีหน่วยงาที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมแผนในครั้งนี้รวม29หน่วยงานจำนวน900คน
วันที่ 14 ต.ค 2558 เวลา 00.25 น. ได้รับแจ้งเหตุ เกิดอุบัติเหตุรถ 10 ล้อ ทะเบียน 80-5194 นครศรีธรรมราช คนขับชื่อนายสุรชัย ระเบียบดี อายุ 54 ปี อยู่ ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ชนท้ายรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ ทะเบียน 70-6885 นนทบุรี คนขับชื่อนายสมชาย มิชิน อยู่บ้านเลขที่ 66/1 ม.17 ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี บนถนนเอเชียสาย 41 ขาล่องใต้ บริเวณสี่แยกหนองนิล อำเภอท่าชนะ โดย สนง.ปภ.สาขาท่าชนะ ได้สนับสนุนเครื่องมือตัดถ่าง ไฟส่องสว่างพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ขาซ้ายผิดรูป ติดอยู่ในรถซึ่งเป็นคนขับรถ 10 ล้อ การให้ความช่วยเหลือมี อาสาสมัครกู้ภัย สภ.ท่าชนะ อาสามัครกู้ชืพ กู้ภัยเกาะมุกด์ เจ้าหน้าที่ รพ.ท่าชนะ ตำรวจ สภ.ท่าชนะ อปพร.ต.สมอทอง เจ้าหน้าที่ สนง.ปภ.สาขาท่าชนะ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถได้เมื่อเวลา 01.05 น.และได้นำส่งรถ รพ.ท่าชนะ
สาระน่ารู้
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสภากาชาดไทย จัดงานวันจัดการภัยพิบัติของอาเซียน และวันลดภัยพิบัติสากล ประจำปี 2558 วันที่ 13 ตุลาคมนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และพลโท นพ.อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานวันจัดการภัยพิบัติของอาเซียน และวันลดภัยพิบัติสากล ประจำปี 2558 หรือ ASEAN.Day for Disaster Meanagement 2015 (ADDM) และวันลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสากล (International Day for Disaster Risk Reduction,IDDR) ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับสภากาชาดไทย สำนักงานลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย และหน่วยงานภาคีเครือข่าย กำหนดจัดงานวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ณ บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพฯ นายสุปกิต กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกปี ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด อาเซียนเข้มแข็ง พร้อมรับ ปรับตัว ฟื้นเร็วทั่วอย่างยั่งยืนและเป็นหนึ่งเดียว (ASEAN Resilience as One) เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนถึงภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งสร้างความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานภาคีเครือข่ายในด้านการจัดการภัยพิบัติ และเป็นการสะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทย ในการที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียนปลายปี 2558 ด้านพลโท นพ.อำนาจ บาลี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นปีที่ 3 ในรูปแบบของการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านจัดการภัยพิบัติ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้เรื่อง ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น สัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติเกี่ยวกับภัยพิบัติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีความพร้อมในการรับภัยพิบัติ และจัดการภัยพิบัติเบื้องต้นด้วยตนเอง สำหรับกิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจมีมากมาย ทั้งการปาฐกถา การเปิดตัวโครงการนวัติกรรมในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการแสดงของเยาวชน เป็นต้น
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติผ่านความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ และมีมติ ให้ใช้ หมายเลขที่เป็นเลขสากล คือ 911 เพื่อรับเรื่องราวฉุกเฉินเพียงหมายเลขเดียว โดยตั้งคณะกรรมการ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีคณะกรรมการที่สำคัญเข้าร่วม อาทิ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รัฐมนตรีไอซีที ประธาน กสทช. เป็นต้น มีหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายการช่วยเหลือจากแต่ละหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม หมายเลขอื่นๆ ทั้ง 191 ก็ยังคงใช้ได้ แต่หลังจากได้รับแจ้งจะถูกดึงข้อมูล มายังหมายเลข 911.-สำนักข่าวไทย
บุญเกียรติ เตชมานะชัย รองประธานกรรมการฝ่ายการค้าฯ เทสโก้ โลตัส และชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้จัดการฯ ร่วมกับอนุสรณ์ แก้วกังวาล รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เปิดตัวโครงการรณรงค์สวมหมวกกันน็อก ล็อกชีวิต พิชิตสูญเสีย เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนในครอบครัวใส่ใจสวมใส่หมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐาน มอก.ทุกครั้งที่ขับขี่ อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/bmnd/2107636
จากการรายงานของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกา พบว่าการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของมะเร็งปอดและโรคเรื้อรังอื่นๆ เป็นครั้งแรก ในปี 2507 หลังจากนั้นก็มีรายงานถึงโรคต่างๆ ซึ่งมีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดจากการสูบบุหรี่มาเป็นระยะๆ โดยปีนี้ในโอกาสครบรอบ 50 ปี มีรายงานของนายแพทย์ใหญ่สหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด ได้รับรอง 9 โรคใหม่ที่เกิดจากการสูบบุหรี่หรือการได้รับควันบุหรี่ที่ผู้อื่นสูบ ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ วัณโรค โดยมีความเสี่ยงที่จะเกิดวัณโรคเพิ่มขึ้น มีโอกาสเสียชีวิตจากวัณโรคเพิ่มขึ้น และทำให้วัณโรคกลับเป็นใหม่มากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเบาหวานในผู้ใหญ่ 30-40% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ จอตาเสื่อมโดยจะสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น เพดานปากแหว่งตั้งแต่เกิดในมารดาที่สูบบุหรี่ การตั้งครรภ์นอกมดลูก โรคข้อรูมาตอยด์และภาวะภูมิต้านทานร่างกายลดลง และ โรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตกจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง
สภาพอากาศ
1.ตามที่ได้เกิดเหตุไหม้ป่าในประเทศอินโดนิเซีย และเกิดควันไฟขยายออกเป็นบริเวณกว้างปกคลุมภาคใต้ของประเทศไทย 2.ล่าสุดสถานการณ์คุณภาพอากาศของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจวัดเมื่อเวลา 06.00 น. วัดได้ 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งค่าที่วัดได้ยังไม่ถึงขั้นอันตรายต่อสุขภาพแต่ใกล้เคียงค่าคุณภาพอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพคือ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 3.เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายอันเกิดจากสถานการณ์ดังกล่าวขอให้แจ้งประชาสัมพันธัให้ประชาชนในพื้นที่ ดำเนินการดังนี้ 3.1 ประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะและเรือ ให้ใช้ความระมัดระวังเนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี โดยเฉพาะรถให้เปิดไฟหน้าในกรณีที่ขับขี่ผ่านกลุ่มควันหนาแน่น 3.2 การใช้ชีวิตในที่ที่มีหมอกควันหนาแน่นให้สวมหน้ากากหรือใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูก 3.3 ให้หลีกเลี่ยงการออกไปที่โล่งแจ้งเนื่องจากความหนาแน่นของกลุ่มควันมากกว่าปกติ 3.4 ให้ดูแลเด็กและผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคหัวใจ คนพิการ เป็นพิเศษ โดยให้นำออกจากที่ที่มีกลุ่มควันหนาแน่น 3.5 ควบคุบการเผาพื้นที่การเกษตรหรือการกระทำที่เป็นการเพิ่มปริมาณหมอกควัน 3.6 ให้ดื่มน้ำมาก ๆ และงดสูบบุหรี่
ปภ.แจ้งเตือนหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาจากฝนตกหนัก คลื่นลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม ผลกระทบจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วง 5-9ส.ค.58 ทำให้มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
ปภ.แจ้งเตือนหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ภาคตะวันออก และภาคใต้ -เตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและ แก้ไขปัญหาจากฝนตกหนัก& คลื่นลมแรง -ผลกระทบจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังแรง ในช่วง 8-13 ก.ค.58 -ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักบางแห่ง -คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทย สูง2-4เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง -3 ศูนย์ปภ.เขต (11 17 &18) -12 จังหวัด ;ตะวันออก 4 จ.(ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด) ;ใต้ 8 จ.(ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช)
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2558 พายุโซนร้อน "คูจิระ" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนมีศูนย์กลางห่างประมาณ 110 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไหลหลำ มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กม./ซม. กำลังเคลื่อนตัวไปทางเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 10 กม./ซม. คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนตัวผ่านเกาะไหลหลำและเข้าสู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ในวันที่ 23 มิถุนายน 2558 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้(22.มิ.ย.58)ถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2558 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศจีนตอนใต้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง อนึ่ง คลื่นลมทะเลบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน ยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 22-27 มิถุนายน 2558
บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้นจนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2558 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมแรงในระยะนี้ไว้ด้วย
ลักษณะอากาศทั่วไป ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลงและเริ่มมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2558 จะมีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนอีกละลอกหนึ่งแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศไทย ซึ่งจะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นในบริเวณดังกล่าว อากาศ 7 วันข้างหน้า นช่วงวันที่ 24-27 ก.พ. มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 28 ก.พ. – 2 มี.ค. มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. อ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
กระดานข่าว

ตามที่รัฐบาลได้มอบให้ทุกกระทรวงดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ ให้กับประชาชน” ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีภารกิจในเรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน งานบริการประชาชน และงานบริการด้านสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา จึงได้คัดเลือกผลงานที่เป็นรูปธรรม รวมไปถึงได้จัดทำโครงการพิเศษเพื่อเป็นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ภายใต้แนวคิด มหาดไทยบำบัดทุกข์ สร้างสุข ทั่วไทย” จำนวน 17 โครงการ ดังนี้

ด้านการบริการและดูแลความปลอดให้กับพี่น้องประชาชน มีดังนี้ 

1) ศูนย์ดำรงธรรม นำสุข แก้ทุกข์ 24 ชั่วโมง บริการปีใหม่ ไม่มีวันหยุด โดยเพิ่มเครือข่ายบริการและแก้ไขปัญหาในช่วงปีใหม่ ให้ข้อมูลข่าวสารผู้เดินทาง มีทีมงานช่วยฉุกเฉิน เร่งดำเนินการลดเรื่องค้างที่ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม รวมทั้งเพิ่มช่องทางรับร้องทุกข์พัฒนา application ทางมือถือ 

2) ติดต่อราชการทันใจ ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน” โดยสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียว ไม่เรียกสำเนา เข้าถึงทุกบริการ ของที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง และขยายผลไปยัง 118 หน่วยงานนอกกระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการสำนักทะเบียนอำเภอไม่มีวันหยุดในช่วงปีใหม่ 30 ธันวาคม 2557 – 5 มกราคม 2558

3) สำนักงานที่ดินทั่วไทย รวดเร็ว โปร่งใส ใส่ใจบริการ ปรับปรุงบริการ กำหนดมาตรฐานเวลา รวดเร็ว ชัดเจน จัดทำคู่มือการให้บริการ ทุกสำนักทะเบียนที่ดินบริการด้วยใจ โปร่งใสทุกขั้นตอน 

4)มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมกับท้องถิ่น ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ 30 ธันวาคม 2557 – 5 มกราคม 2558

5) รวมพลคนกู้ชีพกู้ภัย เพื่อคนไทยมีความสุข ร่วมกับ ทหาร พลเรือน เครือข่ายอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อมอบความสุขให้แก่ประชาชนคนไทยกระจายทั่วทุกพื้นที่  โดยจะมีการปล่อยแถวขบวนเจ้าหน้าที่และยานพาหนะออกปฏิบัติการมอบความสุขให้กับประชาชนในวันที่ 29ธันวาคม 2557 ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 

6) สว่างไสวทั่วไทยจ่ายไฟทุกครัวเรือน ตั้งเป้าหมายขยายเขตไฟฟ้าให้ครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้า จำนวน 61,271 ครัวเรือน ให้มีไฟฟ้าครบ 100 % ภายใน 5 ธันวาคม 2558 

7) “LED สว่างไสว รับ    ปีใหม่มหานคร ติดตั้งโคมไฟฟ้าสาธารณะชนิด LED ให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินยามค่ำคืน บนถนน 12 สาย ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ถนนดินสอ จนถึงซอยรามบุตรี สถานตากอากาศบางปู และชุมชนต่าง ๆ แล้วเสร็จภายในกุมภาพันธุ์ 2558

8) ประปาสร้างสุข  ทุกคนมีน้ำใช้ ลดค่าติดตั้งประปาใหม่10 % และสามารถผ่อนชำระ 1 ปีไม่มีดอกเบี้ย รวมทั้งบริการออกสำรวจท่อรั่วฟรี ไม่มีคิดค่าใช้จ่าย “Home Care Center” แก้ไขถึงบ้าน 

9) ประปาทันใจ คนไทยมีสุขบริการประทับใจ 234 สาขาประปาภูมิภาคทั่วประเทศ โดยบริการติดตั้งประปาใหม่ มาตรวัดใหม่ ผ่อนชำระ 1 ปีไม่มีดอกเบี้ย ตั้งแต่วันที่ 1 - 31  มกราคม2558  และศูนย์ประปาทันใจ แก้ไขถึงบ้าน “มิสเตอร์ประปา” ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา ให้คำแนะนำ ซ่อมแก้ไข ไม่มีวันหยุด

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนี้ 

10) ท้องถิ่นโปร่งใส จัดสรรงบประมาณใหม่ ทั่วถึงเป็นธรรมเร่งจัดสรรเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นธรรม ทั่วถึง สร้างกลไกตรวจสอบการบริหารงบประมาณ ให้มีความโปร่งใส คุ้มค่า มีธรรมาภิบาล 

11) อยุธยาเมืองประวัติศาสตร์ เมืองสะอาดปลอดขยะต้นแบบ จัดระบบจัดการขยะ เพิ่มมูลค่า แปลงเป็นพลังงาน ปลูกฝังจิตสำนึกจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างมีส่วนร่วม มุ่งสู่การเป็นเมืองสะอาดปลอดขยะ เพื่อเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นต่อไป 

12)คลองสวยน้ำใส คนไทยมีความสุข ดำเนินการกำจัดผักตบชวาทั่วประเทศ ดูแลให้แม่น้ำ คูคลอง เอื้อต่อการสัญจร และนำผักตบชวามาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยกำจัดผักตบชวาไปแล้วประมาณ 1 ล้านตัน รวมทั้งสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการรักษาแหล่งน้ำ ระยะทาง 13,480กิโลเมตร ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 8,740 กิโลเมตร รวมทั้งกิจกรรมกำจัดผักตบชวากว๊านพะเยาในช่วงที่ผ่านมา จัดโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะ เป้าหมาย 1,295 ไร่  

13) ถนนสวย เดินได้ ปั่นได้ ค้าขายคล่องตัว จัดระเบียบหาบเร่แผงลอยให้มีความเป็นระเบียบมีภูมิทัศน์สวยงาม ให้ประชาชนที่ใช้ทางเท้าสัญจรได้อย่างสะดวกปลอดภัย ดำเนินการแล้ว 20 จุด ในพื้นที่ 13 เขต กทม. และพัฒนาเส้นทางจักรยานพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ระยะทาง 8 กิโลเมตร กำหนดเปิดตัวโครงการ(Kick off) พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานมากขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 28ธันวาคม 2557 เวลา 06.30 - 08.30 น ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ กรุงเทพมหานคร โดยเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมงาน 

14) ปากคลองตลาดโฉมใหม่ สะอาด ปลอดภัย สินค้าสดใหม่ทุกวันปรับปรุงพัฒนาจัดระบบตลาดปากคลองใหม่ ให้ประชาชนจับจ่ายสะดวก เป็นระเบียบ สินค้าปลอดภัย สะอาดสดใหม่ทุกวัน 

15) “2558 ปีทองผังเมือง พัฒนา ทั่วไทยก้าวไกลสู่อาเซียน โดยเร่งวางผังเมืองรวมจังหวัดให้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ.2558  และวางผังพื้นที่เฉพาะชุมชนชายแดน 5 พื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะเร่งด่วน 2 แห่ง คือ อำเภอสะเดา และอำเภอเมืองมุกดาหาร คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมกราคม 2558 และระยะถัดไป 3 แห่ง คือ อำเภอแม่สอด อำเภออรัญประเทศ และอำเภอคลองใหญ่ คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2558

16) “OTOP ทั่วไทย ส่งความสุขปีใหม่ สร้างรายได้ ขยายตลาดสู่อาเซียนเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้า OTOP ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศรวมไปถึงการขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิเช่น การจัดงาน OTOP CITY 2014 ณ อิมแพคเมืองทองธานีภายใต้ชื่อ “OTOP ของขวัญปีใหม่ คืนกำไรประชาชน” ในระหว่างวันที่16 – 24 ธันวาคม 2557 ขณะนี้มียอดจำหน่ายกว่า 150 กว่าล้านบาท จัดงานจำหน่ายสินค้า OTOP เพื่อเป็นของขวัญของฝาก 76 จังหวัด ในช่วงเดือนธันวาคม 2557 - กุมภาพันธุ์ 2558 จัดงาน “OTOP สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน” ในพื้นที่ 10 จังหวัด เพื่อขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย และขยายต่อไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน และโครงการที่ 

17)  ตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ จัดตลาดนัดชุมชนในพื้นที่จังหวัด อย่างน้อยจังหวัดละแห่ง โดยจะกำหนดจัดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทางจำหน่ายสินค้า OTOP และร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ จำหน่ายผลิตผลการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปเกษตร และสินค้าอุปโภค บริโภค ที่จำเป็นต่อการครองชีพในชีวิตประจำในราคาถูก เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สั่งการเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตภัยและอุบัติภัยทางถนน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแกชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บ้านเรือนโรงเรือน พืชผลทางการเกษตร ในช่วงวันที่ 12-16 เมษายน 2557 ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 11 ศูนย์ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด 32 จังหวัด เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

(1) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 (ปราจีนบุรี) จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา นครนายก 

(2) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 (นครราชสีมา) จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์

(3) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 (ขอนแก่น) จังหวัดขอนแก่น 

(4) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 (สกลนคร) จังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร

(5) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 (กำแพงเพชร) จังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร 

(6) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 (พิษณุโลก) จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์

(7) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 (ลำปาง) จังหวัดเชียงใหม่ 

(8) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 13 (อุบลราชธานี) จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ 

(9) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 14 (อุดรธานี) จังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย บึงกาฬ

(10) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 (เชียงราย) จังหวัดเชียงราย น่าน พะเยา แพร่

(11) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 17 (จันทบุรี) จังหวัดจันทบุรี ชลบุรี ระยอง ตราด

 ที่มา : รายงานสถานการณ์สาธารณภัย กรมปภ. ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ส่วนปฏิบัติการ)